ตราสัญลักษณ์

นับ ตั้งแต่ กฟผ. กำหนดวิสัยทัศน์ของแบรนด์ หรือ นโยบายภาพลักษณ์ขององค์การ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการสร้างความสัมพันธ์ และความรู้สึกที่ดีให้กับประชาชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบันว่า “ กฟผ. เป็นหน่วยงานชั้นนำที่เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ และเอื้ออำนวยความเป็นอยู่ให้สะดวก และมีคุณภาพมากขึ้น อันนำมาซึ่งความสำเร็จและความผาสุกของทุกชีวิต” ทำให้ทุกหน่วยงานมีทิศทางในการดำเนินงานสร้างภาพลักษณ์ และ ดำเนินภารกิจของตนอย่างชัดเจนร่วมกันมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเหวี่ยงแห หรือลองผิดลองถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมากันอีกต่อไป นับ ตั้งแต่ กฟผ. กำหนดวิสัยทัศน์ของแบรนด์ หรือ นโยบายภาพลักษณ์ขององค์การ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการสร้างความสัมพันธ์ และความรู้สึกที่ดีให้กับประชาชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบันว่า “ กฟผ. เป็นหน่วยงานชั้นนำที่เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ และเอื้ออำนวยความเป็นอยู่ให้สะดวก และมีคุณภาพมากขึ้น อันนำมาซึ่งความสำเร็จ และความผาสุกของทุกชีวิต” ทำให้ทุกหน่วยงานมีทิศทางในการดำเนินงานสร้างภาพลักษณ์ และดำเนินภารกิจของตนอย่างชัดเจนร่วมกันมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเหวี่ยงแห หรือลองผิดลองถูกเหมือนในอดีตที่ผ่านมากันอีกต่อไป

content-12

หากมองให้ลึกลงไปในวิสัยทัศน์แบรนด์หรือนโยบายภาพลักษณ์ดังกล่าว ก็จะพบว่ามีคำหลัก (Key Word) อยู่ ๒ คำ คือ “ ความสุข และ ความสำเร็จ” (Happiness and Success) ซึ่งก็คือแนวคิดหลักของแบรนด์ กฟผ. (Brand Idea) นั่นเอง และความสำคัญของคำ ๒ คำ นี้ควรตราไว้ในใจของคน กฟผ. ทุกคนเสมือนเป็นปรัชญาในการทำงานร่วมกันนั่นเอง กล่าวอีกนัยก็คือ ไม่ว่าคน กฟผ. จะคิดและจะกระทำสิ่งใด ต้องคิด และกระทำสิ่งนั้น เพื่อให้ทุกชีวิตไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการนำมาซึ่งความสุข และความสำเร็จของประชาชน

มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า ไฟฟ้า...เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปลกจากสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ประชาชนพบเห็นและซื้อหากันในท้องตลาด ด้วยการที่ “ ไฟฟ้า” ไม่สามารถมองเห็นบรรจุหีบห่อวางอยู่บนชั้นขายของ และไม่สามารถสัมผัสหยิบถือใส่ตะกร้ารถเข็นในห้างสรรพสินค้าได้ แต่ “ ไฟฟ้า” ส่งตรงถึงบ้านเรือน สถานที่ทำงาน โรงงาน และร้านค้าต่างๆ ด้วยการส่งผ่านมาตามสายไฟฟ้า อย่างเงียบๆ มั่นคง ทุกเวลานาทีที่ผู้คนต้องการ เพียงปลายนิ้วสัมผัสสวิทช์เปิด-ปิดเท่านั้นเอง ผู้คนเสพความสุขและพบความสำเร็จในชีวิต โดยมีไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมานับแต่แรกเกิดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว...จะรู้ก็ต่อเมื่อไฟฟ้าดับนั่นเอง

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้บริหาร กฟผ. ได้หยิบมาเป็นปัจจัยประการหนึ่งในการวิเคราะห์ และกำหนดทิศทางใหม่ ในการสร้างแบรนด์ และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของ กฟผ. เราไม่อาจกล่าวอ้างตนว่า "ผลิตไฟฟ้า พัฒนาไทย" กันได้อีกแล้ว คำนั้นใช้ได้ดีกับเหตุและปัจจัยในอดีต แต่ปัจจุบันโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศเปลี่ยนไป มีผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่เกิดขึ้นมากมาย เราไม่ใช่ผู้ผลิตรายเดียว และเราก็ไม่ใช่ผู้พัฒนาไทยแต่ผู้เดียวด้วยเช่นกัน การปรับเปลี่ยนท่าทีและทิศทางในการสร้างภาพลักษณ์จาก "ผู้ผลิตและผู้พัฒนา" มาเป็น "ผู้นำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จ" น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงโจทย์ของเหตุ และปัจจัยในปัจจุบันได้ดีกว่า และนับเป็นภาพลักษณ์ที่แท้จริงขององค์การ (True Image) ที่สามารถสร้างให้เป็นที่รับรู้และจดจำแก่สาธารณชนอย่างยั่งยืน หรือ Good Brand Standing ได้ เพราะเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ และตัวตนที่แท้จริงจากข้างในออกสู่ภายนอก (Inside Out) ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นไปตามกระแส ซึ่งอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ปรากฏให้ไหลหลงแล้วเลือนจางไปในเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ดี การสร้างแบรนด์ กฟผ. ไม่ได้มีแต่เพียงด้านการสร้างภาพลักษณ์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นเท่านั้น คณะกรรมการบริหารและจัดการภาพลักษณ์ ซึ่งมี ผู้ว่าการ เป็นประธาน ยังมีแผนงานดำเนินการในปี ๒๕๔๙ อีก ๒ ด้าน คือ ด้านการสร้างบุคลิกภาพหรือลักษณะจำเพาะขององค์การ (Brand Personality) ในเรื่องความเป็นผู้มีพลังสร้างสรรค์ (Innovative) และความเป็นผู้เอื้ออาทรต่อสังคม (Caring) และด้านการสร้างเอกลักษณ์องค์การ (Corporate Identity) ผ่านการใช้ตราสัญลักษณ์ กฟผ. ที่มีการปรับปรุงให้มีความเด่นชัดในการใช้งานมากขึ้น ผ่านสีประจำองค์การ ซึ่งกำหนดให้เป็นสีเหลือง ( สีแห่งความสุขและความรื่นรมย์ในชีวิต) และผ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏในการสื่อสารกับผู้คน (Brand Appearrance) เช่น การออกแบบวัสดุเครื่องใช้สำนักงาน เอกสาร ป้ายประกาศ/โฆษณา สื่อประชาสัมพันธ์ บู้ทนิทรรศการ อินเตอร์เน็ท นามบัตร รวมทั้ง เครื่องแบบพนักงาน และธงประจำองค์การ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กำลังดำเนินการออกแบบ และจะทยอยออกสู่สายตาและการใช้งานกันเป็นระยะๆ นับจากนี้เป็นต้นไป

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดที่จะทำให้การสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ใหม่ของ กฟผ. ในเรื่องความสุขและความสำเร็จของทุกชีวิตไทย ประสบผลสำเร็จและประทับอยู่ในความรู้สึกของผู้คนได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืน คนในองค์การเท่านั้นที่คือกลยุทธ์สำคัญ ในการขับเคลื่อนให้การสร้างแบรนด์ กฟผ. เดินไปสู่เป้าประสงค์ที่วางไว้ หาใช่การประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร และการโฆษณา แต่เพียงประการเดียวไม่ ขณะนี้องค์การของเรากำลังถูกประชาชนจับตามองและคอยดูความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน เพื่อพิสูจน์ว่า การกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดิมนั้น กฟผ. จะยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ประชาชนสามารถวางใจและเชื่อมั่นได้ว่า เราเป็นองค์การชั้นนำที่พร้อมคียงข้างและนำมาซึ่งความสุข และความสำเร็จของทุกชีวิตเสมอ แล้วคุณล่ะ ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะร่วมกันตอบบทพิสูจน์นี้แก่ประชาชน และไม่เป็นเรื่องยุ่งยากหรือยากเย็นอะไรเลย หากคุณมีจิตสำนึกและตระหนักไว้เสมอว่า

“ภาพลักษณ์ที่ดี เริ่มที่ตัวคุณ”
สีกับการสร้างแบรนด์ ( Branding in Color)

content-12

ผลการวิจัยทางการตลาด พบว่า รูปลักษณ์ภายนอกที่มีผลต่อการรับรู้ของผู้พบเห็น มากกว่า ๘๐ % คือ “ สี” เนื่องจากสี คือสิ่งที่สามารถถ่ายทอดข้อมูล อีกทั้งเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวขององค์การ ด้วย “สี” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของแบรนด์(Brand Identity) เพราะ สีจะสื่อสาร และสร้างความผูกพันธ์ทางจิตใจ เพื่อให้เกิดการรับรู้ และจดจำต่อองค์กรนั้นๆได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันมีหลายองค์กรพยายามผูกแบรนด์ของตนเองเข้ากับสีใดสีหนึ่ง ( Key Color) เพื่อให้สื่อสารได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ยูบีซี ผูกตัวเองเข้ากับสีแดง ธนาคารออมสิน ผูกตัวเองเข้ากับสีชมพู ธนาคารกสิกรไทย ผูกตัวเองเข้ากับสีเขียว เป็นต้น นอกจากสีจะเอื้อประโยชน์ในด้านการสื่อสารแล้ว สียังสามารถสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรที่มีลักษณะใกล้เคียง หรือคล้ายกันได้อีกด้วย การสื่อสารในเรื่อง สี จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น คือ การที่คนจดจำองค์กรผ่านสีได้ โดยไม่ต้องบอกอะไรเพิ่มเติม ซึ่งจำเป็นต้องมีการสื่อสารผ่านสีอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเห็นมากเท่าไร ยิ่งจดจำได้มากเท่านั้น เราลองมาดูความหมายของสีในตราสัญลักษณ์ กฟผ. กันบ้าง สีหลัก ๓ สี ในตราสัญลักษณ์ กฟผ. ได้แก่ สีเหลือง สีแดง และ สีน้ำเงิน โดยสีทั้ง ๓ สีนั้น สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ และบุคลิกภาพขององค์การ

คู่มือการใช้ตราสัญลักษณ์

ที่ผ่านมาท่านคงเคยได้รับข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการปรับรูปแบบตราสัญลักษณ์ กฟผ. หรือโลโก้ จากสื่อต่างๆ มาบ้างแล้ว คอลัมน์ Brand Tips เองก็เคยนำเรื่องดังกล่าวมาบอกเล่าให้ทุกท่านได้รับทราบเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่ได้มีการประกาศปรับรูปแบบตราสัญลักษณ์ กฟผ.ให้มีรูปแบบที่ชัดเจนและง่ายต่อการนำไปใช้งาน แต่ก็ยังพบว่าบางครั้งยังมีการนำตราสัญลักษณ์แบบเดิมไปใช้งานอยู่ หรือนำไปใช้แบบไม่ถูกลักษณะ นั่นอาจเป็นเพราะยังไม่ทราบว่าจะหาตราสัญลักษณ์ที่ถูกต้องเพื่อนำไปใช้งานได้จากที่ไหน หรือ การนำตราสัญลักษณ์ไปใช้อย่างถูกต้องมีข้อปฏิบัติอย่างไร ฉบับนี้ “ มิสเตอร์ แบรนด์” จึงขอพูดถึงเรื่อง ตราสัญลักษณ์ อีกครั้ง การนำตราสัญลักษณ์ กฟผ. ไปใช้อย่างเป็นเอกภาพนั้น มีข้อกำหนดเบื้องต้นร่วมกัน คือ

ห้ามนำตราสัญลักษณ์ กฟผ. ไปดำเนินการใดๆ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาติ และเพื่อให้ง่ายต่อการอ้างอิงและใช้งานอย่างถูกต้อง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ จึงได้จัดทำ “คู่มือการใช้ตราสัญลักษณ์” ขึ้นมา โดยเนื้อหาภายในเล่มประกอบไปด้วย ความหมาย องค์ประกอบ และสีของตราสัญลักษณ์ กฟผ. พร้อมทั้งระบุรูปแบบตัวอักษรและสัดส่วนของตราสัญลักษณ์ ตลอดจนลักษณะการนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ด้วย คู่มือตราสัญลักษณ์ กฟผ. จึงเป็นเครื่องมือ อย่างหนึ่งของการ จัดระบบเอกลักษณ์องค์การ ซึ่งผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการบริหาร จัดการภาพลักษณ์ ที่มีผู้ว่าการ เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ตราสัญลักษณ์องค์การของเราโดดเด่น สร้างการจดจำได้ทั้งภายในองค์การ และภายนอกองค์การ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความแตกต่าง และจดจำที่ดีระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจสับสน เพราะทั้ง ๓ องค์การต่างก็มีรูปสายฟ้าปรากฏอยู่บนตราสัญลักษณ์ของตนเหมือนกัน

  • ต้องนำไปใช้ในตำแหน่งที่ เหมาะสม โดดเด่น สวยงาม และ เห็นได้ชัดเจนที่สุด
  • ห้ามนำตราสัญลักษณ์ไปใช้ในสถานที่ไม่สมควร หรือ สร้างความเสื่อมเสียแก่ภาพลักษณ์ขององค์การ
  • การนำตราสัญลักษณ์ไปใช้งาน พึงระวังเรื่องของสัดส่วน และใช้สีให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
  • ห้ามนำภาพกราฟิกอื่นใดล่วงล้ำในบริเวณ ตราสัญลักษณ์ และห้ามดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นอันขาด